คุณดีกับฉันมากเหลือเกิน
ฉันดีใจนะที่เราไม่เคยทะเลาะกัน
ฉันเชื่อใจคุณได้
ว่าทุกเรื่องนั้นเป็นความจริงเสมอ
คุณทำให้ฉันรู้สึกดี
เท่าที่คุณสามารถทำได้
ขอบคุณนะที่เป็นคนดีของฉัน
และยังให้กำลังใจฉันในทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันทำ
2006/Dec/23
2006/Dec/22
You treat me so right
I'm so grad we don't fight
I can count on you
to always be true
You make me feel good
as only you could
Thanks for being the right one for me
and encouraging me to be all I can be
2006/Oct/22
ความฝันทุกคนบนโลกต่างก็มีความฝันด้วยกันทั้งนั้น
ไม่ว่าจะเป็นคน รวยล้นฟ้า ยากดีมีจน
คนมีอำนาจ คนไม่มีอำนาจ
เด็ก ผู้ใหญ่ คนชรา ทุกต่างก็มีความฝัน แต่ต่างกันที่จุดมุ่งหมาย และการปฎิบัติเพื่อไปถึงฝันของตัวเอง
ความฝันแบ่งออกได้เป็น ลักษณะใหญ่ 3 ลักษณะ(อันนี้คิดเองง่ะ)
1. ความฝันที่เป็นแบบมโนภาพ(จินตนาการ) นั้นคือความฝัน ในรูปแบบของการนอนแล้วเรานึกจินตนาการว่าเราทำอะไรอยู่ จนบางครั้ง
เหมือนจริงมากๆ ที่เป็นแบบนี้สันนิษฐานได้ว่า ในขณะนั้นจิตใจเรามีความต้องการแบบนั้น ไม่เกี่ยวกับการที่จะมีการกะทำใดๆมาเข้าฝัน
เหมือนที่บางคนเข้าใจแล้วเอาไปตีเป็นหวยอ่ะนะ โดยรวมแล้วความฝันแบบนี้จะเกิดเพียงแค่ชั่วระยะเวลาเท่านั้นพอเราได้สติแล้วจะลืม
หรือจำได้เพียงบางส่วนเท่านั้น ก็อย่าเอามาเป็นตัวตั้งให้เกิดเรื่องเกิดราวต่างๆ เหมือนที่เคยมีมาละกัน
2. ความฝันที่เป็นแบบเชิงสังคมและวัตถุ นั้นคือความฝัน ในรูปแบบของที่เราต้องการ เช่น บ้าน รถ เงิน ข้าวของเครื่องใช้ เพื่อนและแฟน
เป็นต้น ความฝันในแบบนี้จะมีลักษณะที่เป็นตัวของตัวเองสูงแต่จะพัฒนาไปตามกระแสนิยมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่มีกฎตายตัวว่า
จะต้องได้สิ่งนี้มาครอบครองแล้วจะหมดฝัน จะหมดความต้องการ ในบางครั้งเมื่อได้สิ่งนั้นมาครองแต่ ในขณะปัจจุบันมันหมดสมัยไป
แล้วก็ไม่มีประโยชน์อะไร เช่น ในสมัยก่อน CPU Pentium II มีความต้องการเป็นอย่างมาก จึงไปหามาครอบครองจนได้ แต่ในยุคนี้
มันไปถึงไหนแล้ว Duo Core ละ จะเอามาทำไม เพนเทียม2 หมดประโยชน์ล้าสมัยจริงมั้ย สรุปแล้วความฝันแบบนี้คือความต้องการ
ของตัวเองที่มีพื้นฐานอยู่ในเกณการตัดสินใจของสังคม(ก็มนุษย์เป็นสัตว์สังคมนี่นา^^)
3. ความฝันที่เป็นเชิงเป้าหมาย ความฝันในรูปแบบนี้ถือได้ว่าเป็นตัวกำหนดชีวิตของคนเราเลยทีเดียว เพราะคนเราทุกคนเกิดมาต้องมี
เป้าหมายเช่น เด็กนักเรียนต้องการสอบเข้าโรงเรียนดีๆ(แม้บางครั้ง พ่อแม่จะกำหนดอ่ะนะ) ผู้ใหญ่ต้องการงานที่ตัวเองทำแล้วคิดว่าดี
สิ่งเหล่านั้นคือเป้าหมาย บางคนอาจจะเรียกว่าเป้าหมายในชีวิต จะมีทั้งแบบที่อยู่ในระยะสั้นและระยะยาว แต่ทั้งสองแบบเมื่อถึงจุดแล้ว
ก็จะมีความฝันอื่นเข้ามาแทนที่ ทำให้คนเราไม่มีความว่าหมดฝัน สรุปแล้วความฝันแบบนี้เป็นตัวกำหนดว่าเราจะเลือกทางเดินแบบไหน
ต้องการก้าวต่อไปยังไง
มนุษย์ทุกคนไม่มีใครคนไหนที่ต้องการก้าวเดินไปให้ตัวเองเจ็บจริงมั้ย ถ้าคุณเห็นมีเศษแก้วแหลมตกอยู่ คุณจะเดินเข้าไปเหยียบมันเพื่อ
ไปสู่จุดหมายของคุณหรือเปล่า ผมว่ามีน้อยรายที่จะทำแบบนั้น ส่วนใหญ่น่าจะเลือกอ้อมเอาดีกว่า เพราะไม่ทำให้ตัวเองเจ็บตัวถึงจะใช้
เวลานานก็เถอะ
มันเปรียบได้กับวิธีปฏิบัติเพื่อไปถึงฝันของตัวเองเช่นกัน ความฝันในบางอย่างของเราจะต้องใช้เวลานานมากๆ ต้องค่อยเป็นค่อยๆไปไม่
ใช่จะอะไรก็กล้าได้กล้าเสีย ถ้าเกิดมันเสียมากกว่าที่คุณได้คุณจะทำมันเหรอ มีน้อยครั้งที่เราจะต้องฝ่าไปกลางเศษแก้วทันที ถ้ามันเป็นสิ่ง
ที่เรารอไม่ได้ เพราะถ้ารอความฝันอันนั้นอาจจะหลุดมือไปก็ได้(เช่นแฟน^^)
มีคำกล่าวของใครมิทราบจำไม่ได้ละ มนุษย์ทุกคนมีความหวัง ความหวังก็คือความฝัน หากปราศจากความฝัน ก็คือบุคคลที่ไม่ต้องการ
อะไรในชีวิต และถ้าเป็นเช่นนั้นบุคคลนั้นคือคนที่ตายแล้ว ดังนั้นทุกคนจึงยังต้องมีความฝัน มีความหวังกันต่อไปเรื่อยๆ เพราะเราต้องดิ้น
รนกับสังคมในปัจจุบัน ความเป็นจริงในปัจจุบัน ถ้าหมดหวังก็คือคนที่ตายแล้ว จะพลาดนิดพลาดมาก แต่ก็ยังไม่หมดหวังซะทีเดียว
ในชีวิตนี้ผมพลาดอะไรมาเยอะ พลาดชีวิตในวัยรุ่น(ทั้งที่ตอนนี้น่าจะสนุกสนาน แต่ดันทำงานเร็วซะงั้น) พลาดโอกาศที่จะบอกให้ใครซัก
คนได้รู้ว่าเรารักเขามากขนาดไหน พลาดโอกาศที่จะได้เห็นอะไรหลายอย่างๆ อื่นๆอีกมากมาย แต่ก็ยังไม่หมดหวัง ทุกคนยังมีกำลังใจเสมอ
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ถ้าหมดหวังให้มองย้อนกลับมาทางเดินของตัวเองว่าตัวเองทำอะไรพลาด เมื่อเห็นแล้วถามใจตัวเองดูว่าจะแก้ไขได้
มั้ย ลองมองไปหาใครสักคนที่คุณคิดว่าเขาจะอยู่เคียงข้างเราได้ในวันที่ท้อแท้ แม้บางครั้งเขาอาจจะงงว่า ฉันเกี่ยวอะไรด้วยอ่ะไม่ได้ทำด้วย
ซะหน่อย แต่นั้นแหละคือกำลังใจที่ดีที่สุดของคุณ เอาล่ะเมื่อเรามีกำลังใจรู้จุดบกพร่อง ทีนี้ก็คือการสร้างความหวังขึ้นมาใหม่เพื่อไปถึงฝันกัน
ผมเองในตอนนี้ก็มีฝันเสมอ หลายครั้งที่ผมจะปล่อยหลุดมือไป และหลายครั้งที่กลับมาอยู่ในมือผมใหม่ แต่จากนี้ผมจะไม่ทำให้ความฝันของ
ผมหลุดมือไปอีกแล้ว ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต แลกด้วยทุกสิ่งที่มี แต่ถ้ามันทำให้ไปถึงฝันได้ มันก็คุ้มค่าที่จะลองทำดู
"การรอคอยไม่ใช่สิ่งที่ดีเสมอไป แต่การที่ได้มาครองแล้วไม่รู้วิธีใช้ยิ่งเป็นสิ่งที่ไร้ค่ามากกว่าการรอคอย"
ปล. ข้อความนี้เกิดจากความคิดด้านมืดของผมเองในขณะที่ เน็ตมันเน่า(6.48 วันที่ 22 ตุลาคม 2549) เครียด จน กินกับ(o.o) ไม่เห็นด้วย
ก็บอกนะเห็นด้วยก็บอก งงก็บอก จะอธิบายให้ฟังว่า ทำไมผมคิดแบบนี้ ออลองไตร่ตรองกันดูนะ ว่าที่ผมบอกว่าอะไรคือสิ่งที่รอไม่ได้และจะไม่
ปล่อยให้หลุดมือ หลายคนคงนึกออก คุณลองคิดดูสิว่ามันเป็นแบบนั้นมั้ย
บาระซุยโช Mode Devil in Your Dream